ยำฟิครินจัง [1]
posted on 16 Jul 2008 21:14 by nafkong in FanFic.
.
.
วันนี้มายำฟิคชาวบ้านครับ หลังจากที่ไม่ได้ยำมานานแสนนานและผู้โชคดีก็คือ
รินจังนั้นเอง http://granary-brown.exteen.com/
ซึ่งรินจังเขาแต่งฟิคได้ถูกใจ คู่เฟลเมล และอาซุยจัง (มีนอส ไอจัง) จากภาค ND นั้นเองครับ
http://granary-brown.exteen.com/20080429/fic-ss-nd
.
.
.
แล้วก็คุยกับรินจังว่าจะแต่งยำฟิคเขา ก็เลยออกมาอย่างที่เห็นนี้ล่ะครับ
ยังไงก็ไปอ่านต้นฉบับก่อนนะ จะได้เข้าใจแล้วจะได้รู้ว่าผมเปลี่ยนเรื่องเค้าซะเละแค่ไหน (อย่าลืมคอมเม้นด้วยล่ะ)
แต่ฟิครินจังไม่มีชื่อเรื่องอ่ะ = =! งั้นไม่ต้องมีชื่อเรื่องล่ะกันนะ แต่ถ้าใจจริงอยากจะตั้ง ชื่อเรื่องนี้ว่า... " แต่ชาติปางก่อน " จังเลยครับ
.
.
.
ปล. Nc 15 คับ คือว่ามันหยาบนะ = =!
(เอามาลงแต่ครึ่งแรกก่อนนะครับ เพราะว่าของรินจังนิดเดียวแต่ผมยำได้ยาวยืดมาก
ถ้าเอามาลงหมดคนอ่านคงตาแตกซะก่อน เพราะแค่นี้ก็น่าจะปวดตาแล้ว ^ ^ )
.
.
.
.
.
.
" ซุยเคียวจ๋า~! "
เสียงเรียกเย้าแหย่จากร่างสูงผู้มีเรือนผมสีทองและแววตาสีฟ้า ในชุดเกราะสีนิลจากแดน นรก ลักษณะของเซอร์พลีซนั้นเผยให้เห็นถึงยศศักดิ์ที่สูงที่สุด
ในหมู่สเป็คเตอร์ทั้ง 108 ตน
.
.
" ............................. " อีกฝ่ายหนึ่งที่ถูกเรียกชื่ออย่างน่าถีบ นิ่งเงียบไม่ได้หันไปหาชายหนุ่มผมสีม่วงเข้มและแววตาสีฟ้าเช่นเดียวกับอีกฝ่าย
อีกทั้งชุดเกราะทีสวมอยู่ก็ แสดงถึงยศศักดิ์ที่สูงเท่าเทียมกับอีกฝ่ายหนึ่ง
" อย่าเงียบไปสิจ้ะ ซุยจ๋าอุตส่าห์ได้มาเดินด้วยกันแล้วน่า... " เฟลเมลไม่ละความ
พยายามได้เข้าไปใกล้ๆและเอื้อมมือหมายที่จะกอดคออีกฝ่าย
.
.
.
" เคร้ง!!!!!!!!!!!!! "
.
.
เสียงเหล็กกระทบกัน อันเนื่องมาจากมือที่สวมเกราะแขนนั้นได้ตบัดปัดแขนที่สวมเกราะแขนเหมือนกันแต่มีเจตนาร้ายนั้นออกไป
.
.
.
" อย่ามาทำพิเรนนะเฟลเมล ข้าไม่ใช่เพื่อนเจ้า!!! "
.
.
คำกล่าวที่แข็งกร้าวจากร่างบาง ช่างเหมือนกับหอกที่ทิ่มแทงลงมาในใจ
..ทำไมกันซุยเคียว.......
...ทำไมถึงได้ใจร้ายแบบนี้ T T.....
.
.
.
"ได้!ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการจะเป็นมิตรกับข้า ข้าเองก็ไม่อยากเป็นมิตรกับเจ้าเช่นกัน"
เฟลเมลตอบด้วยน้ำเสียงที่ห้าวและไม่แยแสซึ่งตรงข้ามกับในใจสิ้นดีที่น้อยใจจะแย่
" เพียงแต่...ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า ข้ากับเจ้าต้องมาเดินเล่นด้วยกันเหมือนว่างงาน อะไรเช่นนี้... "
เฟลเมลกล่าวพลางเหลือบไปมองร่างบางที่มีเรือนผมสีแอเมทิสต์
"ว่าไงล่ะ...หืมม์ ซุยเคียว "
.
.
" ข้าไม่คิดว่าเราสองคนกำลังเดินเล่นกันอยู่นะ แต่ถ้าต้องเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ก็คงเป็นอะไร ที่หอกสุดๆเลยล่ะ ที่ต้องมาเดินกับไอ้เวรในที่แบบนี้... "
ซุยเคียวตอบอย่างไม่แสแยอีกฝ่าย ที่แทบจะหงายหลังทั้งยืนในคำพูดเชือดเฉือน แต่ทว่าร่างสูงที่สูดหายใจเข้าอีกครั้ง และสงบสติอารมณ์เข้าสู่โหมดเฉยชา
.
.
" ใช่ซี.....ที่ไหนเลยจะน่าพิสมัยเท่ากับการได้อยู่บนผืนโลกอันแสนงดงามเล่า
ใช่ไหม?...ซุยเคียว " ร่างสูงยิ้มกวนหวังยั่วโทสะอีกฝ่าย
.
.
" เออ! " ร่างบางตอบสั้นๆ และยังคงเดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
.
.
....ทำไมถึงเย็นชาแบบนี้ล่ะซุยจัง = =!......เฟลเมลได้แต่คิดอยู่ในใจ
.
.
" เหอะ..ถ้าหากว่าอาธีน่าไม่ขี้เหนียวปล่อยให้เซนต์อยู่แบบกินแกลบ เจ้าก็คงไม่มา
สวามิภักดิ์ฮาเดสหรอก " ร่างสูงพูดบ่นเบาๆ แต่ทว่า....
" เฟลเมล!!!!! " ซุยเคียวขึ้นเสียงทันที ในคำดูถูกดูแคลนและแทงใจดำในเวลาเดียว " ต่อให้ข้าต้องย้ำเท่าไหร่ข้าก็จะทำ!!! "
ร่างบางเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย เผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าที่ขุ่นมัวด้วยความขุ่นเคือง
.
.
"ข้ามอบชีวิตเเละวิญญาณเพื่อท่านผู้นั้น แม้จะทำให้ข้าต้องซวยร่วมทางกับไอ้หื่นอย่างเจ้า แต่มันไม่เกี่ยวกับเรื่องปากท้องของข้าแม้แต่นิดเดียว!!! "
.
.
ซุยเคียวประกาศเสียงแข็งและแอบด่าร่างสูงไปด้วยในคำพูดนั้น ขณะที่ร่างสูงควรจะ โกรธแต่กลับยิ้มอย่างพึ่งพอใจและใช้มือฉุดมือของร่างบางที่ทันระวังและบีบไว้จนแน่น
ซุยเคียวรู้สึกเจ็บแปล๊บแต่ก็ไม่สามารถสะบัดมือหื่นๆ นั้นออกได้
" ข้าจะดูนะซุยเคียว... " เฟลเมลกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม " ถ้าเจ้าเผยพิรุธแม้แต่ นิดเดียวล่ะก็...กูจับมึงทำเมียแน่.... "
จากนั้นเฟลเมลก็ปัดทิ้งมือของร่างบางและยังคงจ้องมองด้วยสายตาที่เย็นชาทั้งๆที่เอ่ยคำหน้าไม่อายออกมา
" อา..... " ซุยเคียวใช้มืออีกข้างกำข้อมือที่โดนบีบไว้ ....ถึงกูไม่เผยพิรุธ..มึงก็จ้องจะจับกูทำเมียอยู่แล้วนี้หว่า.....
.
.
.
.
.
ณ คืนวันนั้นใต้แสงจันทร์ที่นวลลออ อาชาสีนิลสองตัวที่ถูกนั่งโดยคนที่สองคนที่คุณก็รู้ ว่าเป็นใคร... วิ่งผ่านผืนป่าในยามรัตติกาล
ซุยเคียวเงยหน้าขึ้นแหงนมองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าอย่างโหยหา
...ไม่ได้เจอกันนานแค่ไหนแล้วนะ เจ้าจันทร์...
.
.
...ทำให้เรานึกถึงตอนอยู่กับเท็นมะอารอนที่เราจะชอบร้องเพลงให้ฟังบ่อยๆว่า..
.. "...จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า
ขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้...ให้น้องข้านั่ง ขอเตียงตั่ง ให้น้องข้านอน
ขอยายพร ...เลี้ยงน้องข้อเถิด ขอยายเกิดเลี้ยงตัวข้าเอง..."
..นี้ถ้าไอ้เฟลเมลรู้มีหวังมันล้อเราตายแน่เลย = =..
.
.
.
" เป็นอะไรไปรึซุยเคียว.. " ร่างสูงหันมาถามร่างบาง
" ม..ไม่มีอะไร...หรอก.. " ซุยเคียวตะกุกตะกักและหันสายตากลับมายังหนทางเบื้องหน้า
" อย่ากังวลอะไรไปเลย ถ้าหากว่าแม้มีอะไรเกิดขึ้นล่ะก็..ข้า กริฟฟอน เฟลเมลคนนี้จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง "
เฟลเมลพูดด้วยเสียงที่หนักแน่นหวังจะทำคะแนนจากร่างบาง แต่ว่าถ้าเราหันไปมองทาง ซุยเคียว เราจะเห็นร่างบางแอบถุยเบาๆ
" ม้าเริ่มอ่อนแรงลงแล้ว " ร่างบางกล่าวกับร่างสูง "ข้าได้ยินเสียงสายลมพัดผ่าน
ปากถ้ำมาจากทางพุ่มหนามนั่น เราควรจะพักกันก่อน"
ใบหน้าของร่างบางที่เริ่มซีดลงแต่ก็ยังคงมีเลือดฝาดอยู่นิดๆ หันมองสบตากับร่างสูงด้วย สายตาวิงวอน เพราะสงสารม้า
ทำให้เฟลเมลต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกลงคอเพราะความน่ารักที่ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เห็น ขณะที่ว่าต้องพยายามรักษาสีหน้าและอาการให้เป็นปกติที่สุด
.
"ไม่ใช่แค่ม้าเสียแล้วล่ะ เผลอๆคนจะไม่ไหวเสียก่อนต่างหาก" เฟลเมลแกล้งพูดเย้าแหย่ ร่างบางเพื่อกลบเกลื่อนความในใจ
.....ถ้ำงั้นรึ....
....คนสองคนในถ้ำเดียวกัน โดยที่ข้างนอกอากาศหนาวเย็น...
...หึๆ .. แค่คิดก็สนุกแล้ว(!?)..
.
.
ซุยเคียวขับม้าไปยังถ้ำที่หวังไว้โดยไม่รู้สึกถึงรังสีหื่นจากอีกฝ่าย
.
.
.
.
.
.
" โอ๊ยๆ! จ้ากกกกกกกกกกกกกกก "
เสียงร้องโหยหวยอย่างน่าสมเพชของกริฟฟอน เฟลเมล ดังเป็นระยะทุกครั้งที่กิ่งหนาม เกี่ยวแทงทิ่มตามเนื้อตัวของเขา
" เงียบๆได้ไหมเฟลเมล ข้ารำคาญ!!! " ซุยเคียวว่ากล่าวอย่างไม่สนใจใยดีในความ
เจ็บปวดของร่างสูง
" ซุยเคียว!! ทำไมเราไม่ตัดไอ้กิ่งไม้ที่มีหนามบ้าๆ พวกนี้ก่อนล่ะ " เฟลเมลว่าพลางชี้ไปยังพุ่มไม้มีหนามแหลมคม ที่ขึ้นมาปิดปากถ้ำได้พอดีเหมือนถูกจับวาง
" โง่จริง! " ร่างบางกระแทกเสียงใส่ทำเอาเฟลเมลถึงกับหน้าเสีย
" เจ้าเคยได้ยินนิทานเรื่องแพะกับเถาองุ่นไหม ที่มีแพะตัวหนึ่งหนีนายพรานที่กำลังล่าตัวเองไปหลบหลังพุ่มเถาองุ่น
เถาองุ่นนั้นก็ช่วยบดบังตัวของเจ้าแพะจากนายพราน แต่ว่าพอเจ้าแพะเห็นนายพรานไปแล้วมันก็ได้กัดกินเถาองุ่นนั้นจนหมด
เมื่อนายพรานกลับมาอีกทีเจ้าแพะก็ไม่มีที่หลบซ่อนอีกแล้ว จึงถูกนายพรานยิงตาย "
" เอ่อ...เคยได้ยินจ้ะ แล้วมันเกี่ยวอะไร... "
" ยังโง่อยู่อีก!!! " ซุยเคียวขมวดคิ้ว " ลองคิดดูสิ ถ้ามีไอ้พวกพุ่มไม้หนามมาขวางปากถ้ำแบบนี้ ขนาดเราเดินยังลำบากแล้วสัตว์ป่าหรือพวกโจรแถวนี้ล่ะ
แบบนี้ก็เท่ากับว่าไม้หนามพวกนี้ก็เป็นรั้วป้องกันอันตรายอย่างดีเลยล่ะ แล้วเจ้ายังจะตัดมันอีกเหรอ "
" เอ่อ...จ้ะ เข้าใจแล้วจ้ะ " เฟลเมลก้มหน้ายอมรับและจำใจเดินต่อไปให้หนามได้ทิ่มแทงเล่น
.
.
.
.
เมื่อไปถึงถ้ำได้เฟลเมลทรุดลงนั้งพิงกับฝาถ้ำ เลือดจากบาดแผลไหลอาบเสื้อที่สวมอยู่ให้เป็นสีแดง และความรู้สึกเจ๊บแปล๊บไปทั่วทั้งตัว
.
.
....ทำไมกันน้า........
...
..ทำไมเราถึงเจ็บหนักอยู่คนเดียว.... ทั้งๆที่ทั้งม้าและซุยเคียวไม่เป็นอะไรเลย..
.
.
.
เฟลเมลคิดในใจด้วยความโมโห ซึ่งมันก็เป็นงั้นจริงๆ ทั้งร่างบางและม้าทั้งสองนั้นก็ต่างเดินผ่านพุ่มหนามเช่นกันกับตน แต่กลับไม่มีบาดแผลขีข่วนแม้แต่นิดเดียวเลย
ขณะที่เขานั้นได้แผลที่ยาวและลึกมามากมาย หรือจะเป็นเพราะว่าพุ่มไม้เหล่านั้นเป็นเสมือนต้นงิ้วที่คอยลงโทษพวกหื่นกามอยู่กัน...
.
.
.
" ให้ข้าดูแผลหน่อยได้ไหม " ร่างบางเขยิบเข้ามาใกล้และส่งเสื้อคลุมของร่างสูงที่ ซ่อมแซมเรียบร้อยแล้วให้
" เอ๊ะ! " เฟลเมลร้องด้วยความประหลาดใจ ...ซ..ซุยเคียวเป็นห่วงเราด้วยล่ะ..\(^ O ^)/!!!
"แปลกจริง ดูท่าหิมะจะละลายหมดพรุ่งนี่ซะเเล้ว" เฟลเมลลิ้กคิ้วสูง "ข้าไม่นึกมาก่อนว่าเจ้าจะห่วงข้าขนาดนี้ ถึงกับเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับข้าก่อนเสียด้วย"
" จะว่างั้นก็ได้ เพราะว่าข้ากลัวว่าถ้าเจ้าเสียเลือดตายขึ้นมา มันจะมีข่าวลืออนาถว่า1 ในผู้ยิ่งใหญ่ตายเพราะถูกหนามเล็กๆเกี่ยว แล้วมันจะเสื่อมมาถึงข้าด้วย.. "
ซุยเคียวว่าอย่างหน้าตาเฉย
.
.
....หึๆ ซุยเคียวเจ้านี้นะ ...เป็นห่วงข้าก็บอกว่าตรงๆเถอะน้า (><)!!!..
.
.
.
"เอาซิ ข้าฝากเจ้าเย็บแผลให้ด้วยล่ะกัน"
ว่าแล้วร่างสูงก็ปล่อยให้ร่างบางตรวจดูบาดแผลที่ได้มา ซุยเคียวค่อยยกแขนของร่างสูงขึ้นมาและซับเลือดอย่างเบามือ
" โชคดีจังที่เอาแอลกอฮอล์มาด้วย " ร่างบางว่าพลางใช้มือแหวกปากแผลนั้นและเทแอลกอฮอล์รดลงมา
" O [ ] o!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! "
.
.
.
.
" จ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก "
.
.
เฟลเมลร้องสุดเสียงและสะบัดแขนออกจากมือของร่างบาง
" ทำอะไรน่ะซุยเคียว ทำไมราดลงมาแบบนี้ นึกถึงข้าบ้างสิ!! "
" ก็สมควรแล้วกับคนอย่างเจ้า... " ซุยเคียวเมินเฉย
.
.
.
...ทำไมใจร้ายแบบนี้นะซุยเคียวจ๋า T T..เค้าไปทำอะไรให้ตัวเองเหยอ...
.
.
.
ไม่ทันที่ร่างสูงจะได้ต่อว่าอะไร เขาก็พบว่าร่างบางตัวดีก็สะลึมสะลือพุ่บหลับคาไหล่เขาไปแล้ว
" อ้าว..ซุยเคียวนี้เจ้าหลับไปซะแล้วเรอะ.. " ร่างสูงใช้มือเขย่าอีกคนหนึ่งเบาๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีทีท่าจะตื่น เขาก็เริ่มยิ้มอย่างหื่นกาม
" หึๆ ได้โอกาสแล้วสิน้า * *!!! "
.
.
.
.
.
ไม่ทันทีร่างสูงจะได้ลวมลามอะไร เสียงของบางอย่างก็ดังขึ้นซะก่อน
" ฮี้!!!!!!!!!!!!!!!!! " ม้าของซุยเคียวส่งเสียงร้องเสียงดังพลางจ้องเขม็งมายังเฟลเมล ราวกับรู้ดี และเริ่มกระทืบเท้า
.
.
.
...ละ..ลืมไปเลย...ว่าเราเอาม้ามาด้วย...
.
.
....แต่มันรู้ใจเราได้ไงวะ...เป็นแค่ม้าแท้ๆ...
.
.
เฟลเมลจึงต้องล้มเลิกความคิดและตัดใจเอนตัว ของซุยเคียวให้หนุนอิงตนก่อนทีจะจำใจหลับตามไปอีกคน
.
.
.
.
ในเช้าวันต่อมา..
.
.
โครม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เสียงของคนถูกเตะดังขึ้นในเช้าอันสดใส
และคนที่เตะและถูกเตะก็ไม่ใช่หากเป็นว่า...
.
.
" โอ๊ย! ซุยเคียวเจ้ามาเตะข้าทำไมกัน " เฟลเมลร้องอย่างโอดครวญเพราะว่าร่างบางก็เล่นเตะมาซะเต็มแรงจริงๆ
" ก็เจ้าเอาแต่ขี้เซาไม่ยอมตื่น แล้วทำไมข้าตื่นมาอีกทีนึงถึงโดนเจ้ากอดอยู่ด้วยเล่า!!! "
ซุยเคียวเน้นประโยคหลังเพื่อบอกความผิดของร่างสูงแล้วก็เดินออกจากถ้ำไปทิ้งในเฟลเมลนอนงงอยู่กับพื้น
.
.
"ลำบากเจ้าแล้วล่ะนะ อาเทวิส ลูคอฟ" ซุยเคียวตบแผงคอของม้าทั้งสองเป็นสัญญาณ
ให้ม้าทั้งสองรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องออกเดินทางแล้ว
.
..ทีกับม้านี้พูดดีเชียวนะซุยเคียว = =...
.
ลูคอปของเฟลเมลนั้นดูจะสงบเสงี่ยมมากกว่าอาเทวิสที่ออกอาการสมน้ำหน้าคนหื่นที่ถูกเตะรับยามเช้า
เฟลเมลที่โดนม้าสมน้ำหน้าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้จึงพยายามที่จะเฉไปเรื่องอื่น
" วันนี้แดดแรงผิดกับเมื่อวานเลยเนอะซุยเคียว เราคงต้องรีบไปแล้วล่ะขณะที่ธารน้ำแข็งยังแข็งตัวอยู่ "
ไม่ผิดที่เฟลเมลว่า ตอนนี้กระแสน้ำจากใต้ธารน้ำแข็งเริ่มไหลตัวอ่อนๆแล้ว แผ่นพื้นน้ำแข็งเริ่มใสขึ้นจนมองเห็นปลาที่แวกว่ายอยู่ใต้ล่าง
ยิ่งลึกเท่าไหร่สีของสายน้ำเบื้องล่างก็เริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆจน มองไม่เห็นเป็นว่ามีสิ่งใดแฝงการภายใต้ความมืดมิดอยู่บ้าง
ลอบล่องจนน่าขนลุก แต่ก็ไม่น่าขนลุกเท่าความหื่นของร่างสูง (!?)
" อา...เสียดายจังแบบนี้ก็อดเล่นสเก็ตน้ำแข็งแล้วสิ " ซุยเคียวเอ่ยอย่างเสียดาย
(นี้นู๋ยังมีอารมณ์มาเล่นอีกเหรอ)
" ไม่เป็นหรอกซุยเคียว เราเป็นเล่นที่โคคิวโทสก็ได้ "
" ไม่เอา...มีแต่หัวคนตายโผล่มา เหมือนไปเล่นที่ป่าช้าเปล่าๆ "
" ฮี้!!!! " ไม่ทันจะได้ไปไหน อาเทวิสออกอาการตื่นกลัวขึ้นมาทันที
.
.
.
" หึๆ ม้าของเจ้านี้มันขี้กลัวจังเลยนะ " เฟลเมลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดๆ
" หุบปากเถอะเฟลเมล แล้วทำให้ม้าของเจ้ามันเดินก่อนดีกว่า.. "
อย่างที่ซุยเคียวว่า เพราะว่าไอ้ลูคอปของเฟลเมลมันออกอาการขาสั่นๆ เหงื่อตก หน้าซีดและไม่ยอมแม้แต่ที่จะก้าวเหยียบลงบนธารน้ำแข็งเสียด้วยซ้ำ
" หมดกันม้าตรู = =... " เฟลเมลได้แต่หน้าเสีย
.
.
.
จนในที่สุดทั้งซุยเคียวและเฟลเมลแสนที่จะได้นั่งหลังม้าสบายๆ จำต้องกึ่ง จูงกึ่งลากให้ม้าทั้งสองข้ามธารน้ำแข็งไปด้วยกัน
" อาเทวิส!! อย่าดื้อ เดี๋ยวตีเลยนะ! " ซุยเคียวขู่ราวกับว่าม้าของตนเป็นเด็กเล็กๆ
"เจ้านี่เข้ากับม้าได้ดีเหลือเกินนะ" เฟลเมลตั้งข้อสังเกต
"ข้าก็สอนให้ทุกคนทข้าี่รู้จักเรียนวิธีพูกมิตรกับม้านั่นแหละ" ซุยเคียวกล่าว
"แต่ถึงยังไง ข้าก็ชอบม้า มากกว่าคนล่ะนะเพราะมนุษย์นั้น....มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด... ถึง เถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด... ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน......"
ซุยเคียวว่าพลางกับท่องบทกลอน แต่เฟลเมลก็ไม่ได้สนใจที่จะฟังก็แทรกขึ้นมาทันที
"เจ้าเจ้าเด็กเปกาซัสกับ โกลด์เซนต์อีกสองคนนั่นล่ะ...เป็นข้อยกเว้นหรือ..."
คำพูดของเฟลเมลที่เอ่ยขึ้นมาอย่างยียัวเข้าเสียดแทงใจของซุยเคียวทันที
.
.
.
" เฟลเมล!!!!!!!!!! " ร่างบางเรียกชื่อของคนตรงหน้าด้วยเสียงดัง
" ถ้ามึงไม่ได้กวนประสาทกูนี้มึงจะไปเกิดไม่ได้ใช่ไหม!!!! "
.
.
" แล้วมันจะอะไรนักหนาวะ ทำไมไม่มีความไว้ใจกันมั้ง ข้าเองก็พยายามอดพยายามทนจนจะทนไม่ไหวแล้วนะโว้ย!!!!!!!!!!!!!!!!! "
ร่างบางไม่ว่าพลางกระทืบเท้าอย่างแรงลงไปที่ธารน้ำแข็งนั้นด้วยความโทสะทีนึง
.
.
.
.
เปรี๊ยะ.....
.
.
.
.
เสียงบางอย่างแตกร้าว....
.
.
.
" = =..... " เฟลเมลเหงื่อกตก...
.
.
.
.
" O o O !? " ซุยเคียวถึงกับทำหน้าเอ๋อ เมื่อรู้สึกถึงสิ่งที่ตัวเองเผลอทำลงไป..
.
.
.
" ฮี้ๆๆๆๆๆๆๆๆ " ม้าทั้งสองนั้นถึงกับตื่น เมื่อรู้สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมา
ธารน้ำเเข็งเริ่มปริตัวแตกออกจากกันรอยร้าวของมันลากเป็นทางยาว น้ำแข็งที่เคยเป็น บึกแผ่นแตกแยกออกจากกันเหมือนสถานการณ์ใต้ที่มีผู้ก่อการร้ายที่หวังให้คนไทยเกิดความแตกแยก (!?)
อาเทวิสผู้โชคร้ายด้วยความที่ม้าแกตื่นตัวที่จะโกยมากไปหน่อย เลยทำให้มันได้ใช้กีบเท้าของมันกระแทกซ้ำเติมพื้นน้ำแข็งร้าวๆใต้ตัวของมันจนแตกเป็นหลุมกว้าง...
.
.. แล้วเราจะมาดูกันว่าม้าว่ายน้ำเป็นรึเปล่า...
.
.
"ซุยเคียวทิ้งม้านั่นซะ!!!!" เฟลเมลตะโกนกับคนตรงหน้าที่พยายามฉุดยื้อและ
ปลอบประโลมอาเทวิสที่ตื่นกลัว
" ข้าทำไม่ได้!!! " ซุยเคียวร้องบอกกับเฟลเมล " ตัวหนึ่งตั้ง 25,000 เสียดาย!!!!!!!!! "
ขณะนั้นเองที่อาเทวิสเริ่มก้าวขาออกไปพื้นน้ำแข็งที่รับหน้ำหนักไม่ไหวก็ทรุดตัวจมลงเสียก่อน แล้วยังไม่พอลากนู๋ซุยลงไปเล่นน้ำกับมันอีก
.
.
.
" ซุยเคียว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! " เฟลเมลร้องเรียกชื่อของคนตรงหน้าสุดเสียงเมื่อเหตุภาพที่เกิดขึ้น
.
.
" ซุยเคียวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย "
.
.
.
.
ร่างสูงร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งและทรุดลงกับพื้นน้ำแข็งนั้น ขณะที่ลูคอปนั้นรู้สึกหนวกหูจนอยากจะเอากีบมาปิดหูไว้
.
.
.
" ผุดขึ้นมาสิซุยเคียว ผุดขึ้นมา!!! " เฟลเมลร้องกึ่งขอร้อง ( คนนะไม่ใช่ผีพราย )
" ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทั้งๆที่ข้าอุตส่าห์ขอฮาเดสให้มาร่วมงานกับเจ้า แล้วก็
วางแผนคืนหฤหรรษ์บรรยากาศเป็นใจ(!?) ไว้แท้ๆ แต่ทำไม..... "
.
.
.
.
" ซุยเคียวข้ารักเจ้า!!!!!!!!!!!!! ที่ข้าชอบพูดกวนประสาทเจ้าเพราะว่าข้าแค่อยากให้เจ้าหันมาสนข้ามั้งเท่านั้นเอง
ข้ารักเจ้ามากที่สุด เจ้าได้ยินไหม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! "
.
.
.
.
แม้จะตะโกนเรียกซักเท่าไร ก็ไม่มีวี่แววจากคนที่ถูกเรียก ราวกับความหวังจะรีบหรี่ดับไป
แต่ทว่า....
.
.
.
.
.
" ฮี้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! " เสียงที่คุ้นหูของอาเทวิสดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงน้ำไหลเย็น พุ่งกระจายขึ้นจากธารน้ำแข็งที่แตะออก
...อาเทวิสโผทะยานฟ้าราวกับม้าเปกาซัสขึ้นมาจาก โดยที่มีร่างบางที่เป็นเจ้าของแบกอยู่ที่หลัง
.
.
....โอ...ม้าอัศจรรย์...
.
.
.
.
.
" ซุยเคียว!!!!!!!!!!!! " เฟลเมลร้องขึ้นอย่างประหลาดใจไม่แพ้ลูคอปที่อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน
อาเทวิสลงมาเหยียบที่ธารน้ำแข็งพร้อมกับแสงอัศดงที่ส่องลงมาเป็นแบร็คกราวเหมือนฉากในหนังการตูน
"มึงนี้มันห่วยจริงๆ ไอ้หัวทองหยิบทองหยอดเอ๋ย! "อาเทวิสเอ่ยอย่างเหยียดหยาม..
.
.
....ห๊า! อาเทวิสพูดได้!?
.
.
.
" ห๊า!!! ม้าพูดได้!!!!!!!!!!!!!! " เฟลเมลถึงกับอึ้งอ้าปากค้าง ในขณะที่ลูคอปเป็นลมไปแล้ว
" ปกติแล้วม้าจะพูดได้แต่ ฮี้ๆ แต่ว่าข้านั้นได้รับการฝึกมาแบบพิเศษ(ฝึกยังไงวะเนี้ย)
แล้วที่สำคัญนี้มันฟิคปัญญาอ่อน อย่าคิดมากเลย " อาเทวิสพูดอย่างเรียบง่าย
" แล้วซุยเคียวรู้รึเปล่าว่าแกพูดได้... "
" นายท่านไม่รู้หรอก ใครจะให้รู้ล่ะเดี๋ยวโดนจับออกงานวัดพอดี แล้วแกก็อย่าไปบอกนายท่านเชียวล่ะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องที่แกพยายามลวมลามนายท่านในถ้ำตอนนั้น "
อาเทวิสกล่าวทำเอาเฟลเมลชะงักไปพอดู...มันรู้เรื่องจริงๆด้วย...
.
.
" แต่ว่า.... " อาเทวิสเอ่ยอีกครั้ง...
.
.
.
" ทำไมแกไม่ช่วยนายท่าน แล้วตอนนั้นแกบอกให้ทิ้งฉันใช่ไหม * [ ] *!!!!! "
อาเทวิสไม่ว่าเปล่ากระโดดถีบคนตรงหน้าอีกต่างหาก
.
.
เฟลเมลที่มัวแต่อึ้งที่ม้าพูดได้เลยไม่ทันระวังที่จะหลบกีบนั้น ศักดิ์ศรีของผู้ยิ่งใหญ่เริ่มหมดไป
หากว่านี้เกิดขึ้นในนรกแล้ว...คงไม่มีอยากเป็นลูกน้องผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกม้าถีบแน่..
" โอ๊ย ไอ้ม้าบ้า!! ก็ฉันมัวแต่ตกใจทั้งๆที่สัญญากับซุยเคียวไว้แล้วว่าฉันจะปกป้องแต่... "
" ไม่ต้องมาแต่แล้ว!!! ตอนนี้ต้องรีบช่วยชีวิตคนก่อนสิ! " เจ้าม้ากล่าวราวกับไม่รู้ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร
" ห๊า!! " เฟลเมลทำหน้าส่ออาการ " แกหมายถึงฉันต้องฝายปอดสินะ!! "
" ใช่แล้ว " เจ้าม้าตอบอย่างไม่คิดถึงนายตัวเอง
" อา...ได้สิ เพราะถ้าหากหมอนั้นเป็นอะไรขึ้นมาข้าขี้เกียจต้องหาคนมาแทน "
เฟลเมลกล่าวออกมาฟังดูดี แต่ตรงข้ามกับความหื่นในใจสิ้นดี
.